ล่าสุด

ธุรกิจทีวีดิจิตอล เริ่มส่งผลไปยังระบบธนาคารแล้ว

ธุรกิจทีวีดิจิตอล เริ่มส่งผลไปยังระบบธนาคารแล้ว

หลังจากข่าวช่องทีวีพูลปิดตัวทีวีดิจิตอลไปโดยยังค้างค่าประมูลใบอนุญาตอยู่อีกเป็นจำนวนมาก ทำให้ทาง กสทช ต้องทำหนังสือทวงถามแบ้งค์การันตีจากทางธนาคารไปแล้ว ล่าสุดผู้ให้บริการเนื้อหาในต่างประเทศเริ่มทยอยยื่นฟ้องศาลขอให้ธนาคารจ่ายค่าเสียหายกรณีแบ้งค์การันตีกันอีกแล้ว

โดยล่าสุด ฟ็อกซ์ เน็ตเวิร์ค กรุ๊ป เอเชีย ยื่นต่อศาลฟ้องธนาคารกรุงเทพ เพื่อเรียกค่าเสียหายมูลค่า 2,500 ล้านบาท รวมดอกเบี้ย กรณีที่ธนาคารกรุงเทพออกแบงก์การันตีค้ำประกันการชำระเงินให้กับ “แกรมมี่-ซีทีเอช” ที่ยกเลิกกิจการไปแล้ว แต่ไม่ยอมจ่ายค่าลิขสิทธิ์

ทั้งนี้ ฟ็อกซ์ได้ทำสัญญาให้สิทธิ์ในการออกอากาศรายการต่างๆ แก่แกรมมี่ และซีทีเอช ตั้งแต่ปี 2556 โดยทั้งสองบริษัทได้ค้างชำระค่าสิทธิ์การออกอากาศดังกล่าวเป็นมูลค่ากว่า 2,500 ล้านบาท และต้องชำระดอกเบี้ยกรณีจ่ายล่าช้า ซึ่งธนาคารกรุงเทพเป็นผู้ออกแบงก์การันตีเพื่อค้ำประกันการชำระเงินให้กับแกรมมี่ และซีทีเอช และตั้งแต่ปี 2558 ธนาคารกรุงเทพ ไม่ได้ทำตามสัญญาเพื่อจ่ายแบงก์การันตีแทน 2 บริษัทดังกล่าวเลย

จะว่าไปแล้วธนาคารกรุงเทพถือเป็นผู้ออกแบงค์การันตีรายใหญ่ที่สุดแก่ผู้ให้บริการทีวีดิจิตอลในประเทศไทย โดยออกแบงค์การันตีแก่ผู้ให้บริการจำนวน 14 ราย จากทั้งหมด 24 ราย คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 20,000 ล้านบาท

แต่จากการที่สภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ทำให้เม็ดเงินโฆษณาหายไปเป็นจำนวนมาก ทั้งในช่องทางทีวีอนาลอกและทีวีดิจิตอลส่งผลให้ผู้ประกอบการทีวีหลายรายประสบภาวะขาดทุน บางรายก็ถึงขั้นต้องปิดตัวไป

การเรียกร้องให้ธนาคารปฏิบัติตามเงื่อนไขในการออกแบ้งค์การันตีนั้น ถือได้ว่าเป็นการทดสอบระบบธนาคารของไทยว่าจะสร้างความเขื่อมั่นให้กับระบบการเงินได้หรือไม่ เราก็คงต้องรอดูกันต่อไป

ด้านธนาคารกรุงเทพแจ้งว่า เนื่องจากกระบวนการต่างๆอยู่ในชั้นศาล จึงไม่อาจจะออกมาให้ข้อมูลรายละเอียดใดๆได้เพราะเกรงจะเป็นการละเมิดอำนาจศาล ได้แต่ระบุว่าทาง CTH แจ้งว่า FOX เป็นผู้ผิดสัญญาเอง ซึ่งก็คงต้องรอกระบวนการพิจารณาของศาลต่อไป

Advertisment

Leave a comment